บทที่ 9 ดาบเล่มแรก

บทที่ 9 : ดาบเล่มแรก

สามวันหลังจากที่ผู้อาวุโสหอโอสถถูกกลืนต่อหน้าคนทั้งสำนัก

สำนักกระบี่สวรรค์ไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อเซียวอู๋จี้ดังๆ อีก ทุกคนเรียกเขาว่า "ปีศาจยอดเขากระบี่เมา" เวลาเดินผ่านตีนเขานั้นต้องเดินอ้อมไปไกลๆ

แต่ความกลัวไม่ได้ทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักพอใจ

ในโถงประชุมหลักของสำนัก ผู้อาวุโสใหญ่ห้าคนนั่งล้อมวงกันอยู่ สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียด

"จะปล่อยให้มันอยู่แบบนี้ไม่ได้!" ผู้อาวุโสใหญ่ที่สวมชุดสีฟ้าเข้มตบโต๊ะ "มันฆ่าผู้อาวุโสของสำนักต่อหน้าคนทั้งสำนัก หากข่าวนี้แพร่ออกไป สำนักกระบี่สวรรค์จะกลายเป็นตัวตลกของทั้งแคว้น!"

"แต่เทียนเจี้ยนคุ้มครองมันอยู่" อีกคนพูดด้วยความหวาดกลัว "เทียนเจี้ยนเป็นระดับแก่นทองคำ พวกเราทั้งห้าคนรวมกันยังสู้เขาไม่ได้"

"เราสู้เทียนเจี้ยนไม่ได้ แต่เราส่งมันไปตายได้" ผู้อาวุโสใหญ่ยิ้มเย็น "เหมืองวิญญาณต้องคำสาปทางตะวันตกเฉียงเหนือ จำได้ไหม? ที่นั่นมีวิญญาณอสูรโบราณตื่นขึ้นมา ศิษย์ที่ส่งไปสิบกว่ารุ่นไม่มีใครกลับมาเลย ตามกฎสำนัก ต้องส่งศิษย์สายตรงไปจัดการ"

ทุกคนเข้าใจทันที

"ส่งเซียวอู๋จี้กับหลินชิงเยว่ไป!"

ยอดเขากระบี่เมา

เซียวอู๋จี้รับกระดาษภารกิจมาจากศิษย์รับใช้ที่สั่นกลัวจนทำกระดาษหล่นพื้นสามครั้ง

"ภารกิจระดับมรณะ... สำรวจเหมืองวิญญาณต้องคำสาป..."

หลินชิงเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้ว "นั่นคือที่ตายชัดๆ ผู้อาวุโสใหญ่ต้องการกำจัดพวกเรา"

"รู้" เซียวอู๋จี้ยิ้ม "แต่ข้าก็อยากไปอยู่ดี"

"ทำไม?"

"เพราะข้าได้กลิ่น" เขาสูดลมหายใจลึก "กลิ่นของวิญญาณที่หิวโหยมานับพันปี กลิ่นของอาหารชั้นดี"

วันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนก็ออกเดินทางจากสำนัก มุ่งหน้าไปยังเหมืองวิญญาณต้องคำสาปที่ห่างออกไปสามร้อยลี้

เหมืองแห่งนั้นเคยเป็นเหมืองหินวิญญาณที่ใหญ่ที่สุดในแคว้น แต่เมื่อห้าสิบปีก่อน คนงานขุดไปเจอสุสานโบราณใต้ดิน แล้ววิญญาณอสูรก็ตื่นขึ้นมา ตั้งแต่นั้นมาทุกคนที่เข้าไปก็ไม่มีใครกลับออกมา

เมื่อทั้งสองคนมาถึง ปากเหมืองมืดสนิทเหมือนปากของสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่อ้าอยู่ กลิ่นอายความตายและความเย็นยะเยือกลอยออกมาจากข้างในจนทำให้หลินชิงเยว่ที่เคยมีครรภ์น้ำแข็งยังต้องสั่น

"ข้างในมีวิญญาณอสูรระดับสร้างรากฐานขั้นเก้าอย่างน้อยหนึ่งตัว" หลินชิงเยว่พูดเบาๆ "และอาจจะมีระดับแก่นทองคำด้วย"

"ดีเลย" เซียวอู๋จี้ก้าวเข้าไปก่อนโดยไม่ลังเล "ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งอร่อย"

ภายในเหมืองมืดสนิท มีเพียงแสงสีดำอ่อนๆ จากตัวเซียวอู๋จี้ที่ส่องนำทางไป ผนังเหมืองเต็มไปด้วยรอยเล็บขนาดใหญ่และคราบเลือดที่แห้งไปนานแล้ว

ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงกระซิบก็ยิ่งดังขึ้น

"หิว... หิว... ให้ข้ากิน... ให้ข้ากินวิญญาณของเจ้า..."

เสียงกระซิบนับร้อยนับพันดังขึ้นในหัวของทั้งสองคน หลินชิงเยว่ต้องใช้พลังน้ำแข็งทั้งหมดเพื่อปิดกั้นเสียงเหล่านั้น

แต่เซียวอู๋จี้กลับหยุดเดิน แล้วหลับตาลงฟัง

"หิวหรือ?" เขาพูดกับความมืด "ข้าก็หิวเหมือนกัน"

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ผนังเหมืองทั้งสองข้างถล่มลงมา เผยให้เห็นโพรงขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างใน

ในโพรงนั้น มีวิญญาณอสูรสีดำขนาดมหึมาสูงเท่าตึกสามชั้นกำลังหลับอยู่ ร่างของมันโปร่งแสงเหมือนควัน แต่ดวงตาสีแดงสองดวงส่องสว่างเหมือนดวงจันทร์สีเลือด รอบตัวมันมีวิญญาณของคนที่เคยเข้ามาในเหมืองนับร้อยดวงลอยวนเวียนอยู่ ถูกมันกลืนกินอย่างช้าๆ

วิญญาณอสูรโบราณ - อสูรกลืนวิญญาณ!

"มนุษย์... วิญญาณ... อร่อย..." มันลืมตาขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนทันที ปากขนาดใหญ่ของมันอ้าออกพร้อมที่จะกลืนทั้งสองคนเข้าไปในคราวเดียว

"ระวัง!" หลินชิงเยว่สร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขวางหน้า แต่กำแพงน้ำแข็งของนางแตกสลายทันทีเมื่อโดนวิญญาณอสูรชน

"ถอยไป"

เซียวอู๋จี้ดึงหลินชิงเยว่มาอยู่ข้างหลัง แล้วก้าวไปข้างหน้าเผชิญหน้ากับวิญญาณอสูรที่ใหญ่กว่าเขาสิบเท่า

วิญญาณอสูรมองเขาด้วยความหิวกระหายแล้วอ้าปากกว้าง

"กลืน!"

มันดูดเอาวิญญาณของเซียวอู๋จี้

แต่สิ่งที่มันดูดเข้าไปไม่ใช่พลังลมปราณธรรมดา แต่เป็นหลุมดำ

บัวอสุรานิรันดร์ในหัวใจของเซียวอู๋จี้หมุนอย่างบ้าคลั่ง กลีบที่หกบานออก

"เจ้าชอบกลืนวิญญาณหรือ?" เสียงของเซียวอู๋จี้เย็นชา "ข้าก็ชอบเหมือนกัน มาดูกันว่าใครจะกลืนใคร"

วิชากลืนวิญญาณอสุรานิรันดร์ ปะทะ วิชากลืนวิญญาณของอสูรโบราณ!

สองหลุมดำปะทะกันในอากาศ!

วิญญาณอสูรกรีดร้องออกมาเป็นครั้งแรกในรอบพันปี เพราะมันพบว่าพลังกลืนของมันที่เคยไร้เทียมทาน กำลังถูกกลืนกลับ!

"เป็นไปไม่ได้! เจ้าเป็นตัวอะไร!? เจ้าไม่ใช่มนุษย์!"

"ข้าคือบรรพบุรุษของเจ้า"

เซียวอู๋จี้ยกมือขึ้น ไฟอสุรานิรันดร์สีดำพุ่งออกไปพันรอบร่างของวิญญาณอสูรไว้ แล้วกระชากกลับมาอย่างแรง

"กลืน!"

วิญญาณอสูรขนาดมหึมาถูกบีบอัดให้เล็กลงเรื่อยๆ จากสูงเท่าตึกสามชั้น เหลือเท่าบ้าน เหลือเท่าคน จนสุดท้ายกลายเป็นลูกบอลสีดำขนาดเท่ากำปั้นแล้วถูกดูดเข้าไปในฝ่ามือของเซียวอู๋จี้

บูม!

พลังมหาศาลระเบิดออกในร่างของเขา รากฐานอสุราของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงแล้วพุ่งจากขั้นสองไปสู่ขั้นสาม ขั้นสี่ ขั้นห้า! จนไปหยุดอยู่ที่สร้างรากฐานขั้นห้าจุดสูงสุด!

และวิญญาณนับร้อยที่ถูกอสูรกลืนไว้ก่อนหน้านี้ก็ถูกปลดปล่อยออกมา พวกมันโค้งคำนับให้เซียวอู๋จี้ก่อนจะสลายไปสู่สุคติ

หลินชิงเยว่ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น นางเพิ่งเห็นด้วยตาตัวเองว่าชายที่บอกว่าจะให้นางเป็นดาบของเขา แข็งแกร่งขนาดไหน

เซียวอู๋จี้หันกลับมามองนาง ดวงตาของเขายังคงเป็นสีดำแต่มีความอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองนาง

"เจ้ากลัวข้าไหม?"

หลินชิงเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า

"ข้าไม่กลัว เพราะข้ารู้ว่า... ดาบเล่มนี้จะไม่ถูกเจ้ากลืน"

เซียวอู๋จี้หัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกอย่างจริงใจหลังจากกลับชาติมาเกิดใหม่

"ดี ตั้งแต่วันนี้ เจ้าคือดาบเล่มแรกของข้าอย่างเป็นทางการ"

เขายื่นมือออกไป ในมือของเขามีแก่นวิญญาณสีดำขนาดเล็กที่เหลือจากการกลืนวิญญาณอสูร

"กินมันซะ มันจะช่วยกดครรภ์น้ำแข็งของเจ้าได้อีกหนึ่งปี และทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น"

หลินชิงเยว่รับแก่นวิญญาณนั้นมาโดยไม่ลังเลแล้วกลืนลงไป

ทันทีที่กลืนลงไป น้ำแข็งรอบตัวนางก็ระเบิดออก ผมของนางกลายเป็นสีขาวสลับดำเล็กน้อย และพลังของนางก็พุ่งจากก่อลมปราณขั้นหกไปสู่ขั้นแปดทันที!

ทั้งสองคนเดินออกจากเหมืองวิญญาณต้องคำสาปที่ตอนนี้กลายเป็นเหมืองธรรมดาไปแล้ว

ที่ปากเหมือง ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักที่แอบตามมาดูด้วยตัวเองเพื่อยืนยันว่าทั้งสองคนตายแล้ว ยืนอ้าปากค้างอยู่

"พวกเจ้า... พวกเจ้ารอดมาได้อย่างไร!? วิญญาณอสูรล่ะ!?"

เซียวอู๋จี้มองเขาแล้วยิ้ม

"มันอร่อยดี ขอบคุณสำหรับของขวัญนะ ผู้อาวุโสใหญ่"

ใบหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ซีดเผือดเหมือนกระดาษ

เขารู้แล้วว่าเขากำลังพยายามฆ่าปีศาจแบบไหน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป